ป้าโดนขู่ยกพวกฆ่ารุมโทรม เหตุเพราะเป็นพยานให้ตำรวจถูกต่อย

ป้าแม่ค้าผวาดผวา หลังเป็นพยานปากเอกให้ตำรวจจราจรถูกต่อย เพราะปมแจกใบสั่งให้ เข้าร้องทุกข์เพราะถูกข่มขู่ถึงร้านข้าวแกง เตรียมจัดงานศพให้ตัวเอง-จะยกพวกมารุมโทรม

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง ถูกทำร้ายต่อยเข้าเบ้าตาได้รับบาดเจ็บ เพราะผู้ขับขี่รถกระบะคันหนึ่งไม่พอใจที่ได้รับใบสั่ง เพียงแค่แวะจอดในที่ห้ามจอดลงไปซื้อของเพียงครู่เดียว กลายเป็นประเด็นวิวาทลั่นโรงพัก ตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้น razormind.org

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.นิธินันท์ ศรีรุต รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง ได้รับแจ้งจาก น.ส.สนันธา หรือ ป้าจ่อย อายุ 56 ปี ระบุว่าถูกข่มขู่และคุกคามสิทธิมนุษยชน สืบเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะตนเป็นแม่ค้าที่อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ และเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด จึงเป็นพยานให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกต่อยทำร้าย ทำให้คู่กรณีของตำรวจเกิดความไม่พอใจ

โดยในช่วงเช้าของวันนี้ เวลาประมาณ 09.00 น. ปรากฏว่าถูกคู่กรณีในเหตุที่เกิดขึ้น เข้ามาข่มขู่และคุกคาม พร้อมกับใช้อาวุธ ใช้มีดจี้ที่เอว แล้วพูดว่าเตรียมเอาไว้ 10 ล้าน สำหรับจ่ายค่าให้การเท็จ อีกทั้งยังข่มขู่เตรียมถูกยกพวกมารุมโทรมและทำอนาจารในอีก 3 วัน แลรอฟังเพลงธรณีกรรแสงไว้ได้เลย “รับรองมึงได้ฟังแน่ ปากมึงอย่างนี้” คู่กรณีได้กล่าวทิ้งทาย

ป้าจ่อย ยังได้กล่าวต่อด้วยสีหน้าที่ตกใจว่า เหตุที่เกิดขึ้นทำให้ตนเดือดร้อน ไม่สามารถทำมาค้าขายตามปกติได้ และต้องย้ายไปพักอาศัยที่อื่นก่อนเพื่อความปลอดภัย ตอนนี้ก็ขอพักที่โรงพักก่อน ส่วนช่วงเย็นจะรอหลานสาวมารับ เพราะเกรงกลัวภัยและผู้มีอิทธิพล

ขณะที่ชุดสืบสวน สภ.มาบตาพุด ได้กล่าวว่า ในคดีนี้ไม่ต้องห่วงจะดูแลความปลอดภัยของป้าจ่อยเป็นอย่างดี ทางด้าน ร.ต.อ.นิธิรันท์ ศรีรุต รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.มาบตาพุด จึงได้รับแจ้งความไว้ พร้อมกับจะได้เรียกคู่กรณีของ ร.ต.อ.วิทยา วุฒิพันธ์ รองสารวัตร (จราจร) สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง มาสอบสวนในเร็ววันนี้เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ชีวิตวิบากกรรม “เผ่าซาไก” เกิดมายังไม่เคยแม้ได้รับเบี้ยคนจน

ล้วงลึกเข้าป่าเยี่ยมชนเผ่าซาไก อ.ปะเหลียน อยู่ในหุบเลวลึกกลางเขา กว่า 30 ชีวิตไม่เคยได้รับเงินจากงบประมาณช่วยเหลือใดๆ ใช้วิถีชีวิตคนป่าดั้งเดิม ลูกหลานก็ไม่ได้เรียน เพราะต้องทำมาหากิน

(10 พ.ค.) นายสมโชค หนูวงษ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 14 อ.ปะเหลียน จ.ตรัง พร้อมด้วยเพื่อนบ้านเดินทางไปเยี่ยม ชนเผ่าเงาะป่าซาไกในพื้นที่ป่าใกล้เคียงหมู่บ้าน ซึ่งการเดินทางจะต้องอาศัยรถจักรยานยนต์ขับขี่ไปตามเส้นทางขึ้นลงภูเขาคดเคี้ยว บนแนวเขาบรรทัดติดช่วงรอยต่อกับ จ.สตูล galaxyslotonline.net

โดยคณะผู้ใหญ่บ้านได้เดินทางไปเยี่ยม นายบ่าว ศรีสันติราษฎร์ อายุ 32 ปี หัวหน้าเผ่าเงาะป่าซาไกในพื้นที่หมู่ที่ 14 ต.ปะเหลียน ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกอยู่ราวๆ 30 คน และยังคงใช้ชีวิตแบบซาไกดั้งเดิม อาศัยเอาใบไม้ กิ่งไม้ มาสร้างเป็นที่อยู่อาศัย หรือเรียกว่า ”ทับ” ไม่มีทั้งน้ำประปาและไฟฟ้า หาเลี้ยงชีพด้วยการหาของป่ามากิน เผาหมกย่าง-เผือกมัน และล่าสัตว์ป่า หากมีเวลาว่าง ชาวซาไกก็จะออกหาของป่านำไปขาย หรือนำไปแลกอาหารกับชาวบ้าน

ผู้นำชนเผ่าซาไก บอกว่ามาตั้งทับที่นี้นานกว่า 10 ปี ยังไม่เคยได้รับความช่วยเหลือใดๆ จากหน่วยงานราชการ ยกเว้นแต่ผู้นำชุมชนในพื้นที่ ซึ่งอยู่ใกล้กับที่อยู่ของพวกตนมากที่สุด โดยเข้าใจว่าถนนหนทางค่อนข้างลำบาก ต้องอาศัยการเดินเท้าระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร หรือใช้รถจักรยานยนต์ที่ต้องให้คนที่ชำนาญเส้นทางเท่านั้น เพราะบางช่วงบางตอนถนนจะเท่ากับทางรถจักรยานยนต์และขนานไปกับเหวลึก จึงทำให้คนทั่วไปไม่สามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือได้

นายบ่าว ศรีสันติราษฎร์ หัวหน้าเผ่าเงาะป่าซาไก เล่าว่า ชุมชนของตนมีทั้งหมดกว่า 30 คน ไม่เคยมีหนังสือทางราชการมาถึงหรืองบประมาณใดๆ มาถึงพวกตน โดยเฉพาะงบประมาณจากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ตรัง พวกตนต้องหารายได้จากการหาของป่ามาขายเพื่อนำไปแลกมา แต่ก็ไม่เคยได้สักครั้ง

ส่วนเงินช่วยเหลือคนจนนั้น เคยได้ยินชาวบ้านเขาพูดให้ฟัง แต่พวกตนก็ไม่เคยได้รับ หากจะให้มาใช้ชีวิตเหมือนคนเมืองหรือไม่นั้นยังต้องคิดดูก่อน โดยยอมรับว่าลูกๆ และในคนชนเผ่าไม่มีใครได้เรียนหนังสือ เพราะต้องใช้เวลาไปกับการทำมาหากิน จนไม่มีเวลารับส่งลูกไปโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล จึงวอนขอความช่วยเหลือกับคุณภาพชีวิตด้วย

ขณะที่ นายสมโชค หนูวงษ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 14 ต.ปะเหลียน กล่าวว่า เผ่าเงาะป่าซาไกที่นี่ยังไม่เคยได้รับเงินช่วยเหลือจากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ตรัง แม้แต่ครั้งเดียว และยังไม่เคยมีเจ้าหน้าที่เดินทางมาติดต่อให้การช่วยเหลือ แต่ก็มีความหวังในเรื่องเงินเบี้ยผู้สูงอายุ ที่หลังจากทำบัตรประชาชนแล้ว ผู้สูงอายุในพื้นที่แห่งนี้จะได้เข้าโครงการเป็นปีแรก คาดว่าเดือนตุลาคมนี้น่าจะได้รับเงินผู้สูงอายุช่วยเหลือ

รอลุ้นศาลพิพากษาคดี “เปรี้ยว สวยหั่นศพ” 10 พ.ค.นี้

ศาลขอนแก่นเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดี “เปรี้ยวสวยหั่นศพ” เป็นวันที่ 10 พฤษภาคมนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาล จ.ขอนแก่น มีคำสั่งแจ้งถึงพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น และ นายนพดล สีดาทัน ทนายโจทก์ร่วม ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ระหว่าง พนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น กับ น.ส.ปรียานุช หรือ เปรี้ยว และพวกรวม 5 คน หลังก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.วริศรา หรือ แอ๋ม ในการเบิกตัวเข้ารับการฟังคำพิพากษาพิจารณาคดี ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2561 เวลา 13.30 น.

นายนพดล กล่าวว่า คดีความดังกล่าวมีผู้ต้องหาทั้งหมด 5 คน แยกเป็น น.ส.เปรี้ยว น.ส.เอิน และ น.ส.แจ้ ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในแดนหญิง เรือนจำกลางขอนแก่น, นายวศิน ถูกควบคุมตัวที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ขณะที่ น.ส.เบนท์ อยู่ในระหว่างการประกันตัวโดยกองทุนยุติธรรม

น.ส.เปรี้ยว, เอิน, แจ้ และนายวศิน ถูกตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน คดีเลขดำที่ 1957/60 ขณะที่ น.ส.เบนท์ ถูกตั้งข้อกล่าวหาเดียวคือลักทรัพย์หรือรับของโจร เท่านั้น

นายนพดล กล่าวต่อว่า ศาลจังหวัดขอนแก่น ได้มีคำสั่ง เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาจากเดิมวันที่ 29 มิิถุนายน 2561 มาเป็นวัน 10 พฤษภาคม ในเวลา 13.30 น. ซึ่งพนักงานอัยการ ทนายความโจทก์ร่วม ทนายความฝ่ายจำเลย ญาติของทั้ง 2 ฝ่าย จะเดินทางมารับฟังคำพิพากษาในคดีดังกล่าว โดยที่ศาลจะทำการเบิกตัว ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน มารับฟังคำพิพากษาด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ผลการพิจารณาคดีจะออกมาในรูปแบบใดนั้น ทุกฝ่ายก็พร้อมน้อมรับคำสั่งศาล

วิกฤตเช้าวันจันทร์ “ฝนถล่มกรุง” น้ำท่วมทางด่วน อุตุฯ เตือนตกยาวถึง 12 พ.ค.

(7 พ.ค.) เกิดฝนตกหนักช่วงเช้าตรู่ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ อาทิ คลองเตย ทวีวัฒนา จองทอง บางขุนเทียน บางพลัด บางแค ห้วยขวาง สุขุมวิท ลาดพร้าว จตุจักร วังทองหลาง รวมทั้งปริมณฑล เช่น สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี ทำให้มีน้ำท่วมขังรอการระบายหลายจุด

นอกจากนี้ รายงานระบุว่า บริเวณทางด่วนรามอินทราอาจณรงค์ ช่วงทางลงด่านประชาอุทิศ ทางขึ้นด่านโยธินพัฒนา ก่อนลงเกษตรนวมินทร์ 1 กม. มีน้ำท่วมขัง 2 ช่องทางซ้าย ทำให้สภาพการจราจรติดขัดอย่างหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศระบุว่า บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองลดลงในระยะนี้ ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย ช่วงวันที่ 9-12 พ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 7-12 พ.ค. ทำให้ภาคใต้มีเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม และขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย

สำหรับ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 6-8 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 9-12 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส

ฟ้าผ่าเปรี้ยงดับ 2 คุณป้าตื่นเช้าเข้าป่าเก็บเห็ด ตำรวจมาเจออาถรรพ์ซ้ำ

คุณป้ายกแก๊งไปเก็บเห็ดในป่า เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ฟ้าผ่าเปรี้ยงใส่เสียชีวิต 2 คน คาดใส่เครื่องประดับเป็นสื่อไฟฟ้า ด้านตำรวจเจออาถรรพ์ถ่ายรูปบัตรคนตายแต่ภาพไม่ติด

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ร.ต.อ.ไมตรี พากุล รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง ได้รับแจ้งจากกู้ภัยปู่ทิม อิสริโก มีคนถูกฟ้าผ่าในป่าหญ้า ด้านหลังบริษัทแห่งหนึ่ง ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง จึงประสานชุดสืบสวนและรายงานผู้บังคับบัญชา รุดไปที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงพบเป็นป่าหญ้ารก ริมถนนสาย 3191 ฝั่งขาเข้าถนนสุขุมวิท เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำเข้าไปที่เกิดเหตุที่อยู่ห่างจากถนนประมาณ 500 เมตร พบจักรยานยนต์ฮอนด้เวฟ สีน้ำเงิน จอดอยู่ในป่า ห่างกันประมาณ 100 เมตร พบศพ นางไพบูลย์ อายุ 58 ปี และ นางเพียรทอง อายุ 50 ปี สภาพนอนหงายเสียชีวิตอยู่ใต้ต้นกระถินณรงค์ ที่มีความสูงกว่า 5 เมตร

ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเคลื่อนย้ายศพเพื่อส่งโรงพยาบาลระยองเพื่อทำการชันสูตรพลิกศพนั้น ญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ได้เดินทางเข้ามาดูศพ ท่ามกลางมีเสียงร้องสะอื้นร่ำไห้อาลัยอาวรณ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นภาพแห่งความเสียใจสุดเวทนา

จากการสอบถาม นายศุภลักษ์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยปู่ทิม อิสริโก กล่าวว่าช่วงเกิดเหตุมีฝนฟ้าคะนองตกลงมาหนักมาก มีฟ้าผ่าดังเปรี้ยงเป็นระยะๆ และขณะที่เข้าไปค้นหาผู้เสียชีวิตใช้เวลากว่าชั่วโมง จึงพบว่านอนตายคู่กันใต้ต้นกระถินณรงค์

ร.ต.อ.ไมตรี กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนได้ออกมาเก็บเห็ดในที่เกิดเหตุกับเพื่อน รวม 4 คน โดยขี่จักรยานยนต์มา 2 คัน มาตั้งแต่เช้า แต่ในขณะที่เข้าไปในป่าเก็บเห็ดอยู่นั้น มีฝนฟ้าคะนองตกลงมาอย่างหนัก จากการชันสูตรเบื้องต้นพบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน สวมใส่ตุ้มหูทองคำและสร้อยคอทองคำ จึงสันนิษฐานเบื้องต้นว่าน่าจะเป็นสื่อนำไฟฟ้า

ส่วนจากการสอบสวนเพื่อนผู้เสียชีวิตอีก 2 คนที่ไปด้วยกัน เปิดเผยว่า ขณะที่ฝนตกและมีเสียงฟ้าร้องดัง ผู้เสียชีวิตทั้งคู่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้เพียงแค่เสี้ยววินาที ฟ้าก็ได้ผ่าลงมาใส่ทั้งคู่ที่ยืนอยู่ เป็นเหตุให้เสียชีวิต ญาติได้ติดต่อเพื่อนำศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.ไมตรี ยังได้กล่าวกับทีมข่าวว่า ในที่เกิดเหตุได้ถ่ายบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิตมาทั้ง 2 คนไว้ แต่เมื่อมาถึงโรงพัก เปิดดูกับพบว่าบัตรประชาชนของ นางเพียรทอง ที่มั่นใจว่าถ่ายมาเพื่อประกอบสำนวน แต่พบถ่ายภาพไม่ติด เหมือนกับมีอาถรรพ์เจ้าป่าบังตา ทั้งนี้ล้วนแต่เป็นความเชื่อส่วนบุคคล

ไทยขึ้นแท่น แชมป์ส่งออกข้าว 4 เดือนแรกปีนี้

กระทรวงพาณิชย์ เผยประเทศไทยขึ้นอันดับ 1 ส่งออกข้าวช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ 3.31 ล้านตัน แซงอินเดีย เวียดนาม ปากีสถาน ตั้งเป้าส่งออกให้ได้ปีนี้ 10 ล้านตัน

 

กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปี 2561 ประเทศไทยมีเป้าหมายการส่งออกข้าวที่ปริมาณ 10 ล้านตัน มูลค่า 4,525 ล้านดอลลาร์ หรือ 158,000 ล้านบาท โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2561 ระหว่าง 1 ม.ค.-17 เม.ย. ไทยสามารถส่งออกข้าวได้สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลกที่ปริมาณ 3.31 ล้านตัน แซงหน้าประเทศคู่แข่งอย่าง อินเดีย เวียดนาม และปากีสถาน ที่ส่งออกเป็นปริมาณ 3.21 ล้านตัน 1.61 ล้านตัน และ 1.28 ล้านตัน ตามลำดับ razormind.org

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ชนิดข้าวที่ส่งออกมากที่สุด ได้แก่ ข้าวขาว ร้อยละ 48.74 รองลงมา ได้แก่ ข้าวนึ่ง ร้อยละ 27.70 และข้าวหอมมะลิไทย ร้อยละ 16.9 โดยราคาส่งออกข้าวของไทยเกือบทุกชนิดในเดือนเมษายน 2561 ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ราคาข้าวหอมมะลิไทย อยู่ในระดับคงที่จากเดือนมีนาคม 2561 ที่ 1,150 ดอลลาร์ต่อตัน ตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ เบนิน ฟิลิปปินส์ แอฟริกาใต้ จีน เป็นต้น

สำหรับแนวโน้มการส่งออกข้าวไทยในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2561 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีประเทศผู้นำเข้าข้าวในหลายประเทศที่ยังมีปริมาณความต้องการนำเข้าข้าวอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การส่งออกข้าวหอมมะลิไทยและข้าวนึ่งในระยะต่อไปอาจจะมีแนวโน้มส่งออกลดลง เนื่องจากประเทศผู้ซื้อบางราย เช่น บังคลาเทศ ได้ชะลอการซื้อข้าว เพราะในช่วงก่อนหน้านี้มีการนำเข้าข้าวนึ่งไปค่อนข้างมาก ประกอบกับราคาข้าวไทยอยู่ในระดับสูงกว่าประเทศคู่แข่ง และปริมาณอุปทานข้าวมีจำกัดโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิไทย ส่งผลให้ประเทศผู้ซื้อบางราย อาจหันไปซื้อข้าวจากประเทศคู่แข่งทดแทน เช่น เวียดนาม และกัมพูชา เป็นต้น

เมียนมาเปิดศูนย์พิสูจน์สัญชาติ ดันแรงงาน สู่ระบบจ้างงานถูกกฎหมาย

นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญในการเร่งรัดการตรวจสัญชาติแรงงานประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้เข้าสู่ระบบจ้างงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งได้มอบหมายให้กรมการจัดหางานประสานทางการประเทศต้นทางจัดชุดโมบายเคลื่อนที่ในการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว โดยขณะนี้ทางการเมียนมาได้นำรถโมบายเคลื่อนที่มาให้บริการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาที่บริเวณชั้นล่าง อาคารกระทรวงแรงงาน ถ.มิตรไมตรี ดินแดง กรุงเทพฯ ทั้งนี้ เพื่อให้แรงงานเข้าสู่ระบบการจ้างงานที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้วเสร็จทันภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2561 นี้ โดยจะให้บริการตั้งแต่วันที่ 2 – 10 พฤษภาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.30 น. หยุดทุกวันอังคาร galaxyslotonline.net

สำหรับขั้นตอนการพิสูจน์สัญชาติคือ 1. รับบัตรคิว 2. กรอกเอกสาร 3. เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารและสัมภาษณ์ 4. ถ่ายรูป สแกนลายนิ้วมือ สแกนม่านตา 5. รับเล่มหนังสือรับรองแทนการเดินทาง (CI) และบัตรแรงงาน (OCWC) ส่วนเอกสารประกอบการพิสูจน์สัญชาติแรงงานเมียนมาได้แก่

1. บัตรสีชมพู หมดอายุ 31 มีนาคม 2561บัตรสีชมพู หมดอายุ 30 มิถุนายน 2561ใบจับคู่
2. ใบรับรองการลงทะเบียนออนไลน์ ใบรับรองการลงทะเบียน ณ ศูนย์ OSS
3. สลิปจ่ายเงินเซเว่น 4. บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง สำเนาทะเบียน สำเนาใบขับขี่ มีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น จำนวน 310 บาท เป็นค่า CI

อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวเพิ่มเติมว่า แรงงานที่จะต้องจัดทำทะเบียนประวัติ ตรวจลงตรา (วีซ่า) และขออนุญาตทำงานที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (OSS) จะต้องไปพิสูจน์สัญชาติและตรวจสุขภาพให้เรียบร้อยก่อนเข้าศูนย์ OSS ซึ่งมีแรงงานเมียนมาที่ต้องเข้ารับการพิสูจน์สัญชาติจำนวนทั้งสิ้น 28,194 คน ขณะนี้ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้วจำนวน 4,907 คน คงเหลือต้องพิสูจน์สัญชาติอีก 23,287 คน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

อย. เผยผลพิสูจน์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดความอ้วนลีน

นายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่ากรณีของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “Lyn ลีน” นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้มีการติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องมาระยะหนึ่งแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ สสจ.ชลบุรีและตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ได้เข้าตรวจสอบพร้อมเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสถานที่จำหน่ายและแบ่งบรรจุอาหาร ณ บ้านเลขที่ 109/8-9 หมู่ที่ 3 ถนนพระยาสัจจา ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี ส่งตรวจวิเคราะห์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 6 ชลบุรี razormind.org

ดยฉลากผลิตภัณฑ์ระบุ “ลีน เอฟเอส-ทรี” (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) Lyn FS-Three (Dietary supplement product by Pim) เลขสารบบอาหาร 13-1-05459-5-0017 ผลิตโดย Food Science Supply Service Co.Ltd. 99/29 หมู่ 2 ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี 12160 จัดจำหน่ายโดย Lyn by Pim วันที่ผลิต 10/12/2017 วันหมดอายุ 10/12/2019 ลักษณะแคปซูลสีเขียวในแผงอลูมิเนียมพลาสติก แผงละ 10 แคปซูล ห่อด้วยซองอลูมิเนียมปิดผนึกบรรจุกล่องกระดาษ

ผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวพบยาแผนปัจจุบัน บิซาโคดิล (Bisacodyl) ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบาย และได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ “ลีน บล้อค เบิร์น เบรก บิวท์” Lyn Block Burn Break Build (Dietary supplement product) by Pim ฉลากระบุ เลขสารบบอาหาร 13-1-05459-5-0006 ผลิตโดย บริษัท ฟู้ด ซายน์ ซัพพลาย เซอร์วิส จำกัด 99/29 หมู่ 2 ต. สามโคก อ. สามโคก จ. ปทุมธานี จัดจำหน่ายโดย บริษัท เอกอัครินทร์ จำกัด 109/8 หมู่ 3 ถนนพระยาสัจจา ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี Lot.1801 MFG 05-01-18 EXP. 05-01-20

ลักษณะแคปซูลสีขาวในแผงอลูมิเนียมพลาสติก แผงละ 10 แคปซูล ห่อด้วยซองอลูมิเนียมปิดผนึกบรรจุกล่องกระดาษ ผลการตรวจวิเคราะห์พบ ไซบูทรามีน (Sibutramine) ซึ่งออกฤทธิ์ต่อการทำงานของสมองทำให้อยากอาหารลดลงและอิ่มเร็วขึ้นและในวันที่ 25 เมษายน 2561 อย. ได้ออกประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรื่อง ประกาศผลการตรวจพิสูจน์อาหาร เตือนประชาชนให้ระมัดระวังในการซื้อและบริโภคอาหารดังกล่าวแล้ว

อุตุฯ เผยทั่วไทยมีฝนฟ้าคะนอง ตกหนักบางแห่ง-กทม.ร้อยละ 80

วันนี้(30 เม.ย.) กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมทะเลอันดามันตอนบน มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าใกล้อ่าวมะตะบัน ประเทศเมียนมา ในวันนี้ (30 เม.ย. 61) ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองคาย สกลนคร ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา และชัยภูมิ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี และยะลา อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ปตท. ตรวจสอบเหตุหลังคาป้ายรถเมล์ หน้าสำนักงานใหญ่พังถล่ม

ปตท. เข้าตรวจสอบเหตุหลังคาป้ายรถเมล์ หน้าสำนักงานใหญ่ พังถล่มแล้ว พร้อมเร่งดำเนินการติดตั้งเต็นท์อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้บริการรถสาธารณะเป็นการชั่วคราว

จากกรณีเหตุหลังคาป้ายรถเมล์สาธารณะ หน้าอาคารสำนักงานใหญ่ ปตท. ถ.วิภาวดีรังสิต ได้ล้มลง สาเหตุมาจากพายุฝนและลมกระโชกแรง เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. วานนี้ (27 เม.ย.) หลังเกิดเหตุ ทีมงานของบริษัท ENCO และ ปตท. ได้รีบเข้าตรวจสอบและช่วยแก้ไขสถานการณ์ทันที พบว่ามีประชาชนอยู่ในที่เกิดเหตุประมาณ 10 คน แต่ไม่ได้รับอันตราย หรือบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาดังกล่าวมีรถเมล์กำลังจอดเทียบรับส่งผู้โดยสารจำนวน 1 คัน จึงได้รับความเสียหายจากกรณีนี้ หลังเกิดเหตุการณ์ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยกันขนย้ายสิ่งของวัสดุที่กีดขวางผิวจราจร ออกจากพื้นที่เรียบร้อยแล้ว และ ปตท. จะรีบดำเนินการติดตั้งเต็นท์อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้บริการรถสาธารณะเป็นการชั่วคราวในระหว่างที่มีการเร่งปรับปรุงพื้นที่ให้แล้วเสร็จโดยเร็วต่อไป นอกนี้ทาง ปตท. จะเร่งตรวจสอบโดยละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก