รายได้หลักแสน! ผู้ใหญ่บ้านโคราชเลี้ยง “จิ้งหรีด” ขาย หารายได้เสริม

ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 บ้านโนนโชงโลง อำเภอพิมาย โคราช ผุดไอเดียเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดขายในตลาดท้องถิ่น ลูกค้าสั่งจองเหมาโรง สร้างรายได้ 4 เดือน กว่าแสนบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุญเลี้ยง ทองเหล็ก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 บ้านโนนโชงโลง ตำบลดงใหญ่ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ผุดไอเดียใช้เวลาว่างหันมาเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดขายในตลาดท้องถิ่น จนเป็นที่ต้องการของตลาด และมีลูกค้าสั่งจองเป็นจำนวนมาก ต้องเร่งขยายพื้นที่ผลิตเพื่อให้มีสินค้าส่งตามออเดอร์อย่างต่อเนื่อง galaxyslotonline.net

นายบุญเลี้ยง เผยว่า ตนเองได้น้อมนำเอาแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในการดำรงชีวิต หลังจากเงินเดือนของผู้ใหญ่บ้านเพียง 8,000 บาท ทำให้ไม่พอใช้จ่าย ตนเองจึงได้ใช้พื้นที่ว่างเปล่าข้างบ้าน สร้างโรงเรือนเพื่อใช้ในการเลี้ยงจิ้งหรีดส่งขายตามยอดสั่งซื้อ โดยในปัจจุบันสามารถผลิตจิ้งหรีดส่งขายหมุนเวียนให้ตลาดในท้องถิ่นในราคากิโลกรัมละ 100 บาท

โดยจิ้งหรีดจะใช้เวลาเลี้ยงตั้งแต่เริ่มเป็นตัวอ่อนจนถึงโตเต็มวัย เฉลี่ย 40-45 วัน มีรายได้หักค่าใช้จ่ายอื่นๆ เหลือประมาณ 30,000-50,000 บาท จุดเด่นคือ จิ้งหรีดตัวใหญ่ ไม่มีกลิ่น มีความสะอาด เนื่องจากให้อาหารไก่ตั้งแต่แรกเกิดและเปลี่ยนให้ฟักทองเป็นอาหารในขณะมีอายุ 40 วัน ที่สำคัญไม่มีรีดไข่ ทำให้แต่ละตัวมีไข่เยอะ แน่น จึงเป็นที่นิยมของลูกค้า

ทั้งนี้ จิ้งหรีดเป็นแหล่งอาหารที่มีโปรตีนสูง ลูกค้ามาขอเหมาซื้อถึงโรงเลี้ยง ทำให้มียอดสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้น สร้างรายได้ 4 เดือน กว่าแสนบาท และสามารถสร้างอาชีพให้กับตนเองและคนในชุมชนได้แบบยั่งยืน

ขยาดหมายเรียกถึงบ้าน ลูกจ้างแค่วันเดียว รีบจูงรถเอามาส่งคืนให้

ร้านข้าวต้มชื่อดังเมืองขอนแก่นเตือนภัย มิจฉาชีพแฝงตัวมาในคราบลูกจ้าง สมัครเข้าทำงานได้วันเดียวกลับออกลายโจร ก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์เพื่อนร่วมงาน อ้างยืมไปซื้อบุหรี่

เมื่อคืนวานนี้ (22 พ.ค.) นายวิชัย พนักงานร้านข้าวต้มซ้ง 24 น. เขตเทศบาลนครขอนแก่น พาผู้สื่อข่าวดูสภาพของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีราโน่ สีดำ-ขาว ที่ถูก นายชนเทพ อายุ 29 ปี อดีตเพื่อนร่วมงานที่ร้านข้าวต้ม ก่อเหตุขโมยไปในช่วงกลางดึกของวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ก่อนที่ นายชนเทพ จะนำรถจักรยานยนต์ที่ขโมยไปกลับมาคืนให้ในอีก 3 วันถัดมา หลังจากที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น และมีการอนุมัติออกหมายเรียกผู้ต้องหาไปที่บ้าน และเจ้าของร้านได้นำภาพของคนร้ายแชร์ลงในโลกโซเชียลเพื่อเตือนภัยและกดดัน

นายวิชัย เจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ถูกขโมย เล่าว่า ในคืนวันเกิดเหตุทางร้านได้มีการเลี้ยงฉลองเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของเจ้าของร้าน โดยผู้ก่อเหตุที่เพิ่งสมัครเข้ามาเป็นพนักงานได้เพียงวันเดียว ได้มาร่วมกินเลี้ยงในคืนนั้นด้วย ในระหว่างกินเลี้ยงวันเกิด นายชนเทพก็ไม่ได้แสดงท่าทีมีพิรุธใดๆ

กระทั่งในเวลาประมาณ 21.00 น. นายชนเทพได้ยืมรถจักรยานยนต์ของตน โดยอ้างว่าจะออกไปหาเพื่อน ด้วยความที่ว่าเป็นเพื่อนร่วมงานตนจึงให้ยืมรถไป เมื่อผ่านไปประมาณ 10 นาที นายชนเทพก็ขับรถกลับมาตามปกติ

เมื่อถึงเวลาประมาณเที่ยงคืน นายชนเทพก็ได้ยืมรถจักรยานยนต์ของตนไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้อ้างว่าจะไปซื้อบุหรี่ ก่อนจะหายออกไปนานเกือบชั่วโมง ตนจึงโทรศัพท์ไปหาแต่ก็ถูกตัดสายทิ้งและปิดเครื่องไป จึงคิดว่ารถจักรยานยนต์น่าจะถูกขโมยไป จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยหลังจากก่อเหตุ นายชนเทพก็ไม่มาทำงานที่ร้านอีกเลย

กระทั่ง 3 วันถัดมา หลังจากที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกไปตามที่อยู่ของนายชนเทพ และเจ้าของร้านได้นำภาพถ่ายสำเนาบัตรประชาชนของผู้ต้องหาโพสต์เตือนภัยในโลกโซเชียล ทำให้ นายชนเทพ ได้แอบนำรถจักรยานยนต์ที่ขโมยไปมาคืนให้เจ้าของรถที่หอพักในเวลา 12.00 น. วันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายชนเทพ ปฏิเสธหน้าตาเฉยว่าไม่ได้ขโมยรถจักรยานยนต์ไป แต่ในวันที่ยืมรถไปซื้อบุหรี่ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดรถไว้ ส่วนสาเหตุที่ไม่รับโทรศัพท์ เป็นเพราะแม่ของตนยึดโทรศัพท์เอาไว้ ซึ่ง นายวิชัย เจ้าของรถขณะนั้นรู้สึกโมโหมาก จึงบอกให้นายชนเทพรีบกลับไป ก่อนจะทนไม่ไหว

นายดนัย เจ้าของร้านข้าวต้มซ้ง 24 น. กล่าวว่า ที่นำภาพของผู้ก่อเหตุมาโพสต์ลงในโลกโซเชียลมีเดีย เพื่อเตือนภัยให้กับร้านค้าต่างๆ เพราะขนาดทางร้านรับคนเข้ามาทำงานและดูแลเป็นอย่างดี คนร้ายรายนี้ก็ยังก่อเหตุได้ ทั้งๆที่เพิ่งมาสมัครงานได้เพียงวันเดียว

โดยในวันที่มาสมัครงานคนร้ายรายนี้ก็มีบุคลิกและนิสัยดี ไม่คิดว่าจะก่อเหตุกับคนในร้านได้ และการนำรถมาคืน ก็เชื่อว่าเป็นเพราะมีหมายเรียกไปที่บ้านของคนร้าย ทำให้ญาติๆ ทราบเรื่อง เมื่อถูกกดดันจึงตัดสินใจนำรถจักรยานยนต์มาคืน เพราะกลัวความผิด และกลัวว่าจะไม่มีใครรับเข้าทำงานอีก หลังจากที่ทางร้านได้โพสต์เตือนภัยออกไป

ชาวนาเฮ! ราคาข้าวหอมมะลิพุ่ง 16,000 บาท/เกวียน

ข้าวหอมมะลิขยับจาก ราคา 11,000 บาทต่อเกวียน เป็น 16,000 บาท ขณะที่ รมว.พาณิชย์ ระบุมาจากความต้องการตลาดโลกและนโยบายสินเชื่อชะลอการขายข้าว

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ราคาข้าวเปลือกเริ่มขยับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ค. 61 โดยเฉพาะราคาข้าวหอมมะลิ ขยับขึ้นจากเฉลี่ยตันละ 11,000 บาท เป็น 16,000 บาท บางช่วงขยับสูงสุดถึง 17,500 บาท ส่วนข้าวเปลือกเจ้าสูงขึ้นมาเกือบตันละ 8,000 บาท ซึ่งเชื่อว่าราคาจะทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง razormind.org

สำหรับสาเหตุที่ราคาข้าวเปลือกขยับสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความต้องการในตลาดโลก ขณะเดียวกันรัฐบาลได้ออกมาตรการบริหารจัดการข้าวอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าว เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดรัฐบาลเพิ่งประกาศโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว วงเงินทั้งหมด 90,000 ล้านบาท โดยให้กู้ได้รายละ 30,000 บาท รวมเป้าหมายให้กู้ทั้งสิ้น 3 ล้านราย อัตราดอกเบี้ย 3% จากต้นทุนดอกเบี้ยทั้งหมด 7% โดยรัฐบาลแบกรับภาระดอกเบี้ยไว้เอง 3% ธ.ก.ส. รับไว้ 1%

นอกจากนี้ ยังมีโครงการประกันภัยพืชผลที่ชาวนาสามารถทำประกันภัยความเสียหายของผลผลิตที่เกิดจากภัยธรรมชาติ โดยเกษตรกรจ่ายเบี้ยประกันเพียง 36 บาทต่อไร่ จากต้นทุนเบี้ยประกัน 90 บาทต่อไร่ ซึ่งรัฐบาลอุดหนุนให้ไร่ละ 54 บาท หากผลผลิตข้าวได้รับความเสียหาย ชาวนาจะได้รับการชดเชย 1,260 บาทต่อไร่

จากการลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นจากผู้บริโภค หลังจากราคาข้าวเปลือกเริ่มขยับสูงขึ้น ซึ่งอาจมีผลทำให้ราคาข้าวถุงขยับขึ้นกิโลกรัมละ 3-5 บาท พบว่า ผู้บริโภคยอมรับราคาที่สูงขึ้นได้ เนื่องจากเห็นว่าราคาขยับไม่มากนัก แต่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

ตำรวจจราจรพัทยา เปิดใจ ถีบรถแท็กซี่ เพราะป้องกันตัวจากการถูกชน

จากกรณีมีคลิปวีดีโอเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เข้าทำการจับกุมรถแท็กซี่ สีชมพูคันหนึ่ง ซึ่งจอดในที่ห้ามจอด (ขาว-แดง) ริมถนนพัทยาสาย 2

โดยช่วงแรกของคลิปเป็นภาพการพูดคุยเจรจา ระหว่างตำรวจจราจรนายหนึ่งและคนขับแท็กซี่ที่นั่งอยู่ในรถ กระทั่งมีพนักงานคอกรถนำเครื่องล็อคล้อมาและจะทำการล็อคล้อแท็กซี่คันดังกล่าว แต่แท็กซี่พยายามจะขับรถออกจากจุดที่จอด แต่ก็มีรถสองแถวมาจอดขวาง ทำให้ไม่สามารถขับออกไปได้

ตำรวจจราจรคนดังกล่าวจึงเข้าไปพูดคุยอีกครั้ง แต่คนขับแท็กซี่ไม่ยอมลงจากรถ ตำรวจจราจรจึงถีบที่ประตูฝั่งคนขับไป 2 ครั้ง รถแท็กซี่จึงตัดสินใจถอยหลังและหักพวงมาลัยขับหลบสองแถว ที่จอดขวางทางอยู่ออกไปอย่างรวดเร็ว โดยภายหลังคลิปดังกล่าวแพร่ออกไปทำให้คนในโลกออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (20 พ.ค.) ร.ต.ท.วสุธร รอง สว.จร.สภ.เมืองพัทยา ได้ออกมายอมรับกับผู้สื่อข่าวว่า ตำรวจจราจรที่ปรากฏในคลิปนั้นคือตนเอง ก่อนเปิดเผยว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่กวดขันวินัยจราจรอยู่บนถนนพัทยาสาย 2 จนไปถึงบริเวณหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านพัทยากลาง

ตนพบรถแท็กซี่คันดังกล่าว จอดดับเครื่องยนต์อยู่ริมถนนซึ่งเป็นจุดที่ห้ามจอด (ขาว-แดง) จึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานและขอดูใบอนุญาตขับขี่ แต่คนขับกลับส่งใบสั่งที่ถูกจับในข้อหาใบขับขี่หมดอายุให้ดู

ตนจึงถือว่าคนขับแท็กซี่ไม่มีใบขับขี่ และจะทำการออกใบสั่ง แต่คนขับไม่ยอมรับข้อหา แถมยังพูดท้าทายและไม่ยอมรถจากรถ ซ้ำยังพยายามจะขับรถหลบหนี มีบังเอิญมีสองแถวมาจอดขวางเลยไปไม่ได้

ในระหว่างที่พนักงานคอกรถจะนำเครื่องล็อคล้อไปทำการล็อคล้อหลังอยู่นั้น จู่ๆ คนขับรถแท็กซี่ก็เหยียบคันเร่งพุ่งตัวออกไป จนเครื่องล็อดล้อกระเด็น ตนเกรงว่าจะถูกรถเฉี่ยวจึงใช้เท้าถีบตัวรถเพื่อให้พ้นจากการถูกเฉี่ยวชน เป็นการป้องกันตัวเองไม่ให้ได้รับบาดเจ็บตามยุทธวิธี

ด้าน พ.ต.ต.อรุษ สภานนท์ สว.จร.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องจึงสั่งการให้ ร.ต.ท.วสุธร ทำรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร เบื้องต้น จากการสอบถามด้วยวาจาทราบว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าวเดินทางมาจากกรุงเทพฯ มาส่งผู้โดยสารที่เมืองพัทยา

และจอดรอรับลูกค้าขาจรที่อาจจะมาใช้บริการโดยสารเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่ห้ามจอด ระหว่างนั้น ร.ต.ท.วสุธร ขับผ่านมาเห็นจึงจะทำการออกใบสั่ง แต่คนขับรถแท็กซี่ไม่ยอมรับข้อกล่าวหาและขับรถหนีไป

ภายหลังจึงโทรศัพท์ติดต่อไปที่อู่รถและได้มีการพูดคุยกับคนขับทราบชื่อ นายประเสริฐพร (ขอสงวนนามสกุล) เพื่อให้เดินทางมาพูดคุยกันที่ สภ.เมืองพัทยา แต่นายประเสริฐพร อ้างว่าไม่อยากมาเพราะระยะทางไกล และเสียเวลาทำมาหากิน

เบื้องต้น จึงให้ ร.ต.ท.วสุธร เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายประเสริฐพร รวม 3 ข้อหาคือ 1.จอดรถในที่ห้ามจอด 2.ขับรถโดยไม่นึกถึงอันตรายของผู้อื่น และ 3.ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ หลังจากนี้คงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ที่จะดำเนินการออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

สลด! เครื่องบินคิวบาโหม่งโลกหลังเทกออฟ เสียชีวิตนับร้อยราย

เครื่องบินของสายการบินคิวบานา เส้นทางภายในประเทศ ระหว่างกรุงฮาวานา เมืองหลวงและเมือง Holguin ที่อยู่ทางตะวันออก พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือรวม 113 ชีวิต ตกหลังจากทะยานออกจากสนามบินนานาชาติ Jose Marti เมื่อวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

ทั้งนี้ ตามรายงานของ AP ระบุว่า เครื่องบินโบอิ้ง 737 ลำนี้มีผู้โดยสาร 104 คน และลูกเรืออีก 9 คน แต่ผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวว่า มีผู้รอดชีวิตจากเที่ยวบินมรณะอย่างน้อย 3 คน ซึ่งทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการสาหัส

ขณะที่ทีมนักผจญเพลิงเร่งเข้าควบคุมไฟที่ลุกท่วมเครื่องบินโบอิ้ง 737 ที่ตกบริเวณไร่ต้นยูคาลิปตัสใกล้สนามบินหลังขึ้นบินไปได้ไม่นาน โดยมีประธานาธิบดี Miguel Diaz-Canel ที่รุดไปยังจุดเกิดเหตุพร้อมกับทีมกู้ภัย และครอบครัวของผู้โดยสารที่รอฟังข่าวในพื้นที่กันเป็นจำนวนมาก

อุบัติเหตุทางการบินครั้งล่าสุดในคิวบา เกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลังจากที่รองประธานาธิบดี Salvador Valdes Mesa ของคิวบา เรียกเจ้าหน้าที่ของสายการบินคิวบานาไปหารือถึงปัญหาการให้บริการจากเที่ยวบินล่าช้าและยกเลิกบ่อยครั้ง และพบว่าสายการบินคิวบานา มีรายงานการใช้เครื่องบินเก่ารวมถึงเครื่องบินปลดระวางมาตลอดหลายเดือน เพื่อทดแทนเครื่องบินที่มีปัญหาด้านเครื่องยนต์

โดยอุบัติเหตุครั้งนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมด้านอากาศยานที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 8 ปีของคิวบา นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2553 ที่เกิดเหตุเครื่องบินสายการบิน AeroCaribbean ตกทางตอนกลางของประเทศ คร่าชีวิต 68 ราย

“ได้เรียกกูมั้ย” ชนวนเหตุวัยรุ่นดวลปืนสนั่นหน้าร้านผัดไทย ดับ 1 เจ็บ 1

เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 17 พ.ค. 61 พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร บ้านเป็ด พร้อมด้วยกำลังตำรวจสืบสวน เข้าตรวจสอบเหตุยิงกันเสียชีวิต บริเวณถนนสายบ้านกอก-มหาวิทยาลัยภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ตำบล บ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น razormind.org

ที่เกิดเหตุบนถนนพบศพผู้เสียชีวิตถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่บริเวณจมูก ใกล้กันพบอาวุธปืนลูกโม่ตกอยู่ 1 กระบอก ตำรวจได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายคมเพชร นาคแว่น อายุ 19 ปี เป็นชาวบ้านหนองหลุบ ตำบลแดงใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิงถูกลูกกระสุนปืนเฉียดที่ขยับหัว เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลขอนแก่น

จากการสอบถามนายเอกชัย พรมลี อายุ 27 ปี และนางสาวลลิตา กลีบรอบ อายุ 27 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุได้เห็นผู้เสียชีวิตได้ขับรถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้าร้านผัดไทย เพื่อสั่งผัดไทยไปรับประทาน

ขณะนั้นได้สังเกตุเห็นรถจักรยานยนต์ 2 คัน ได้ขับมาจากทางบ้านกอกเป็นผู้ชาย 2 คนและผู้หญิง 1 คน จำได้ว่าเป็นชายหุ่นสันทัดทรงผมสกิลเฮด แล้วได้ขับผ่านไปแล้ววนมาหาผู้เสียชีวิต แล้วขับรถมาจอดข้างรถผู้เสียชีวิต

พร้อมกับมีการถามว่าได้เรียกชื่อมั้ย โดยมีการถืออาวุธมาคุยถามกันด้วยน้ำเสียงที่ท้าทาย จากนั้นผู้เสียชีวิตเห็นท่าไม่ดีได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่อีกฝ่ายก่อน แต่ก็ถูกยิงสวนก่อนที่จะวิ่งไป นอนเสียชีวิตกลางถนน

ขณะที่เพื่อนผู้เสียชีวิตได้ถูกกระสุนยิงเฉี่ยวที่แขนถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลขอนแก่น นอกจากนี้ยังพบว่าคู่กรณีได้ถูกยิงด้วยเช่นกันเพราะตนเองสังเกตเห็นผู้ชายมีการจับที่ท้อง

ด้าน พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านเป็ด ได้ส่งกำลังตำรวจชุดสืบสวนหาเบาะแสคู่กรณีที่ดวลปืนกันแล้ว โดยให้ไปเช็คตามคลีนิคโรงพยาบาลทั้งของรัฐและของเอกชนเพราะคาดว่าจะไปรักษาอาการบาดเจ็บ ซึ่งตำรวจอยู่ในระหว่างติดตามหามือปืนรายนี้แล้ว

ยังคาใจ! แม่อุ้มศพลูกสาวแรกเกิดร้องสื่อ ตายหลังคลอดไม่กี่ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.รัชนีวรรณ อายุ 25 ปี ระบุว่าไม่ได้ความเป็นธรรม หลังไปคลอดลูกที่ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี แต่เมื่อเด็กออกมาจากครรภ์กลับเสียชีวิต

โดยทางโรงพยาบาลดังกล่าวระบุการตายมาจากการติดเชื้อซิฟิลิสในครรภ์ ซึ่งจากที่ไปตรวจหลายโรงบาลในเมืองพัทยา และคลินิกชื่อดังในเมืองพัทยา ก็ไม่พบว่าเจอเชื้อดังกล่าว ตนเกิดข้อสงสัยจึงได้มาร้องเรียนที่ผู้สื่อข่าวเพื่อขอความเป็นธรรมและอยากทราบถึงข้อเท็จจริง galaxyslotonline.net

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่ วัดหนองอ้อ ตั้งอยู่ถนนพัทยากลาง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนไปเจอกับผู้เสียหาย และลูกสาววัยแรกเกิดที่ห่อผ้าสีขาวไว้ ด้วยความเสียใจและติดใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล จึงได้ร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวเพื่อร้องขอความเป็นธรรม

จากการสอบถาม น.ส.รัชนีวรรณ อายุ 25 ปี เล่าตนได้ตั้งครรภ์ลูกสาวมา 7 เดือนกับอีก 2 สัปดาห์ เมื่อวันที่ 13 พ.ค.61 ช่วง 4 โมงเย็นตนปวดท้องอย่างหนัก รอแฟนเลิกจากงานและพากันไปหมอที่ รพ.เมืองพัทยาช่วง 2 ทุ่ม หลังจากนั้นตนเหมือนจะคลอด ทางโรงพยาบาลเมืองพัทยาบอกกับตนว่าเครื่องมือไม่เพียงพอจึงได้นำตนกับแฟนและลูกในครรภ์ ส่งไปทำคลอดอีกโรงพยาบาล ช่วงเวลา 22.00 น. พอไปถึงโรงพยาบาล ตนรู้ตัวเองว่าน้ำคร่ำแตกแล้วพร้อมที่จะคลอดลูก แต่ทางโรงพยาบาลได้ระงับการคลอดไว้ชั่วขณะจนกว่าน้ำคร่ำจะหมดจากตัว แล้วจึงได้ทำคลอดให้

หลังจากเด็กออกมาแล้วตนเห็นว่าลูกของตนมีเสียงร้องตามปกติแต่เด็กหน้าเขียว ทางพยายาบาลจึงนำไปเข้าตู้อบ ตนก็สบายใจเมื่อตอนเห็นหน้าลูกน้อย แต่เกิดเหตุไม่คาดฝัน ลูกของตนเสียชีวิต เดินไปถามแพทย์ถึงสาเหตุการตายโดยระบุว่า ติดเชื้อซิฟิลิส ปอดโต หัวใจรั่ว กระดูกพรุน หลังจากนั้นทางโรงบาลนำพ่อเด็กไปตรวจหาเชื้อซิฟิลิส แต่ไม่พบ พอมาตรวจที่ตนพบว่ามีเชื้อซิฟิลิส จึงเกิดข้อสงสัยเพราะจากการตรวจในโรงพยาบาลหลายแห่งทั่วพัทยาและคลินิกชื่อดังก็ไม่พบว่ามีเชื้อดังกล่าว

อย่างไรก็ตามตนวอนขอความเป็นธรรม เพราะมีหลายอย่างที่ยังคาใจอยู่ อยากให้ช่วยตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมกับตนและครอบครัว ในเหตุการณ์นี้ด้วย

หลวงตาออกบิณฑบาตถูก “พิตบูล” 7 ตัวรุมขย้ำ เล่านาทีชีวิตคิดว่าคงไม่รอด

พระสงฆ์วัย 68 ปี เดินบิณฑบาตตอนเช้า ถูกสุนัขพันธ์ุอเมริกันพิทบูล 7 ตัวรุมกัด เป็นแผล 50 แผล โชคดีเจ้าหน้าที่ช่วยได้ทัน

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊กชื่อ “ตำรวจภูธรสมุทรสงคราม” ได้เผยแพร่เหตุการณ์สุนัขพิตบูลเกือบ 10 ตัวรุมกัดพระชราภาพขณะเดินบิณฑบาต เหตุเกิดภายในซอยบ้านบางหัวกรวดหมู่ 5 ตำบลท้ายหาด อำเภอเมืองสมุทรสงคราม เมื่อช่วงเช้าวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ประสานนายดิเรก มาฆะธรรม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ตำบลท้ายหาด ซึ่งพาไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณดังกล่าว ซึ่งอยู่ในซอยบ้านบางหัวกรวด ซึ่งอยู่เยื้องกับโรงเรียนท้ายหาด โดยซอยดังกล่าวเป็นซอยขนาดเล็กซึ่งเป็นทางเข้าสถานปฏิบัติธรรมหลวงพ่อบ้านแหลมบางหัวกรวด พบหญ้าข้างทางมีร่องรอยถูกทับราบเรียบ

นายดิเรก กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเช้าวานนี้ ขณะที่พระครูสมุห์คณิศร ปัญญาวิชุโร เจ้าสถานปฏิบัติธรรมหลวงพ่อบ้านแหลม เดินผ่านจุดเกิดเหตุลูกสุนัขวิ่งไล่ก่อนตัวแรก พระก็พยายามกันและถอยจนล้ม จากนั้นสุนัขพันธ์ุอเมริกันพิตบูลก็รุมฟัด ซึ่งจากการตรวจสอบสุนัขดังกล่าวเป็นของ นายสมาน ช่างทำสีรถยนต์ วันเกิดเหตุออกไปซื้อของที่ตลาดนัด จึงไม่อยู่บ้าน และขังสุนัขไว้ในบริเวณรอบๆ บ้าน ซึ่งมีรั้วรอบขอบชิด แต่ด้วยความซุกซนจึงมุดริ้วหนีออกมาเดินข้างถนน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ขณะที่ชาวบ้านเดินบ้านบริเวณนี้เคราะห์ดียังไล่ไปได้ทัน อย่างไรก็ตาม ตนได้ประสานไปยังเจ้าของขอให้หากรงขังให้มิดชิดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นมาอีก

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ติดตามพระสงฆ์เคราะห์ร้ายดังกล่าวจนทราบว่าคือพระครูสมุห์คณิศร ปัญญาวิชุโร เจ้าสถานปฏิบัติธรรมหลวงพ่อบ้านแหลม ซึ่งเข้าพักรักษาตัวในหอผู้ป่วยศัลยกรรมหญิง อาคารรวมใจเอื้อ โดยมีทีมแพทย์พยาบาลให้การดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด

พระครูสมุห์คณิศร กล่าวว่า “ทุกเช้าอาตมาจะเดินผ่านเส้นทางนี้ออกมาบิณฑบาต ก่อนเกิดเหตุตนเดินมาก็เห็นสุนัขฝูงใหญ่ 7 ตัว ยืนอยู่ริมถนน จึงเดินเลี่ยงมาฝั่งตรงข้าม จู่ๆ สุนัขฝูงนี้ก็เข้ามารุมกัดจนอาตมาล้มลง ก็ทำใจแล้วว่าคงไม่รอด กระทั่งมีคนเข้ามาช่วยนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งเจ้าของก็ตามมารับผิดชอบทั้งหมด และแจ้งอาตมาว่า เขาก็ขังสุนัขไว้ในบริเวณบ้าน แต่วันเกิดเหตุไม่อยู่บ้าน สุนัขจึงมุดรั้วออกมานอกบ้าน อาตมาไม่อยากโทษใครก็คิดว่าทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ก็ขอฝากทุกคนที่เลี้ยงสุนัขขอให้ขังให้ดีอย่าปล่อยออกมาสร้างความเดือดร้อนคนอื่น”

นายวัชระ จันเจริญกิจ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ากล่าวว่าพระครูสมุห์คณิศร เข้ารักษาตัวด้วยอาการถูกสุนัขรุมกัด เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันตรวจรักษาพบว่ามีบาดแผล 50 แผล ส่วนใหญ่เป็นรอยเขี้ยวเล็กน้อย และมีแผลฉีกขาดจำเป็นต้องเย็บ 20 เข็ม และต้องล้างแผลทุกวัน นอกจากนี้ยังฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าให้แล้ว อย่างไรก็ตามหากแผลไม่ติดเชื้อ จะรักษาตัวในโรงพยาบาลไม่เกิน 1 สัปดาห์

บุกยิงพ่อค้าผลไม้ เมืองยะลา ดับคาบ้าน คาดปมธุรกิจมืด

แก๊งคนร้ายบุกยิงหัวพ่อค้าผลไม้ เมืองยะลา ดับคาบ้าน หลังมีปากเสียงกัน คาดขัดแย้งผลประโยชน์ธุรกิจมืด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.กฤษดาชัย อาจหาญ รอง สว.(สอบสวน) สภ.รามัน รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่า เกิดเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่ง หมู่ 2 บ้านกาลอ ต.กาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ต่อมาได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ฝ่าย รุดไปสอบสวน

ที่เกิดเหตุอยู่ภายในห้องโถงหลังบ้าน พบศพ นายการีมาน อายุ 37 ปี เจ้าของบ้านถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดที่ศีรษะ 1 นัด กระสุนทะลุท้ายทอย นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่บนพื้น พบร่องรอยการต่อสู้ในที่เกิดเหตุ ไม่พบปลอกกระสุนปืนหรือหลักฐานอื่น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนทราบว่า นายการีมาน ผู้ตาย มีอาชีพค้าขายผลไม้ตามตลาดนัด ได้ไปเช่าบ้านหลังที่เกิดเหตุ ก่อนหน้านั้นเวลาประมาณ 05.00 น. ที่ผ่านมา นายการีมาน ได้พูดคุยโทรศัพท์คาดว่าเป็นของคนร้ายที่โทรมาพูดคุยธุรกิจบางอย่างที่ไม่เปิดเผย

หลังจากนั้นชั่วครู่ใหญ่ มีพยานเห็นกลุ่มคนร้ายจำนวนหนึ่ง ขับขี่รถปิกอัพและรถจักรยานยนต์เดินทางมาจอดหน้าบ้าน นายการีมาน แล้วเดินเข้าไปข้างบ้าน ซึ่งอยู่ติดสวนยางพารา พูดคุยถกเถียงกันครู่หนึ่งจนเกิดทะเลาะกัน กลุ่มคนร้ายจึงได้ใช้อาวุธปืนยิงศีรษะ นายการีมาน จนล้มลงนอนแน่นิ่ง แล้วได้พากันหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่คาดว่า เป็นการขัดแย้งผลประโยชน์ทางธุรกิจที่ไม่เปิดเผย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

หนุ่มใหญ่ใส่ชุดจิตอาสาเต็มยศ ซดยาพิษตายริมถนน ทิ้งจดหมายสั่งลา

หนุ่มใหญ่ชาวชัยนาท สวมใส่ชุดจิตอาสาเต็มยศ ก่อนมาจอดรถที่ศาลาริมทาง แล้วซดยาฆ่าแมลง-วางจดหมายสั่งลาเอาไว้ คาดเครียดเพราะถูกกลั่นแกล้งเป็นคดี

(12 พ.ค.) ร.ต.อ.เฉลิมชัย ปานธรรม รอง สว.(สอบสวน) สภ.สรรคบุรี อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ได้รับแจ้งเหตุคนเสียชีวิตที่บริเวณ ศาลาหน้าวัดท่าสมอริมถนนชัยนาท-ชัณสูตร ม.1ต.บางขุด อสรรคบุรี จ.ชัยนาท รุดตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาทและแพทย์เวรโรงพยาบาลสรรคบุรี

ที่เกิดเหตุพบศพ นายเต็ม อายุ 54 ปี สวมใส่ชุดจิตอาสาแบบเต็มยศ มีทั้งหมวก ผ้าพันคอ และเสื้อพระราชทาน นอนเสียชีวิตอยู่ที่ระแนงไม้ทางเข้าศาลาริมถนน ข้างกันพบรถนิสสัน บิ๊กเอ็ม สีเทา จอดเปิดประตูฝั่งซ้ายอยู่ ภายในรถพบยาฆ่าแมลงยี่ห้อหนึ่งสลากสีเหลืองใส่ถุงวางอยู่

อีกทั้งยังพบกระดาษเขียนลายมือด้วยปากกาสีแดงเป็นจดหมายลาตาย เย็บติดไว้กับปฏิทินพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10

จากการสอบสวนทราบว่าผู้เสียชีวิตมีอาชีพขายอาหารตามสั่ง ช่วงเช้าก่อนเกิดเหตุได้ขับรถไปส่งภรรยาก่อน แล้วบอกว่าจะย้อนกลับมาเอาของ จากนั้นจึงมาก่อเหตุดังสลดดังกล่าวขึ้นที่ศาลา ซึ่งทางญาติไม่ติดใจในสาเหตุการตายจึงส่งมอบเพื่อนำไปประกอบพิธีกรรมทางศานาต่อไป ส่วนเรื่องคดีความนั้นทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

นางชูชีพ อายุ 56 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า สามีน่าจะเครียดจากกรณีที่มีญาติที่จังหวัดลพบุรี ได้ส่งเงินมาให้เป็นจำนวนแสนกว่าบาท เพื่อให้หาซื้อที่ดินให้ แต่ก็หาให้ไม่ได้ กระทั่งต่อมาถูกฟ้องว่าฉ้อโกง ตนพยายามจะหาเงินมาคืนให้ แต่ฝ่ายเขาไม่ยอม พยายามบีบบังคับแจ้งความเป็นคดีอาญาจะเอาผิดให้ได้ ทำให้สามีมีอาการเครียดอยู่หลายวัน