คืบหน้า ยิงคู่รักดับ ที่เขาชีจรรย์! พี่สาวเหยื่อเผย รู้ตัวผู้บงการ

จากเหตุการณ์ มือปืนโหดยิงคู่รักเสียชีวิตที่ เขาชีจรรย์ ล่าสุดพี่สาวออกมาเผย น้องสาวและแฟนหนุ่ม เคยถูกผู้บงการขู่ฆ่า และเอาปืนจ่อหัวหลายครั้ง razormind.org

วันที่ 30 ก.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายอนันตชัย อายุ 20 ปี ถูกยิงเข้าข้อมือซ้าย 1 นัด ขมับซ้าย 1 นัด เอวด้านขวา 1 นัด ใกล้กันพบร่าง น.ส.ปวีณา อายุ 20 ปี ถูกยิงเข้าแผ่นหลัง 1 นัด ท้ายทอย 1 นัด ขมับซ้าย 1 นัด และใต้ราวนมซ้าย 1 นัด นอนเสียชีวิตคู่กันอยู่ข้างรถโตโยต้าอินโนวา สีขาว ทะเบียน ฎง-9641 กรุงเทพมหานคร โดยพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. กระจัดกระจายตกอยู่รอบศพรวม 10 ปลอก อยู่บริเวณลานจอดรถ ฝั่งตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ หมู่ 6 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ที่ห้องประชุม สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พลตำรจตรี นันทชาติ ศุภมงคล ได้มีการสืบสวนหาข้อมูลจากพยานหลักฐานนับว่า ยังไม่คืบหน้ามากนัก เนื่องจากเหตุยังเกิดได้ยังไม่ถึง 24 ชม. ซึ่งทางตำรวจได้มีการสนธิกำลัง และเข้ามาดูแลในคดีนี้อย่างเต็มที่

ในส่วนของตัวผู้ตายทั้งคู่ทราบว่า ทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านอ้อมใหญ่ จ.นครปฐม มาได้ประมาณ 1 เดือน กระทั่ง เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ซึ่งเป็นวันเกิดของฝ่ายหญิง ทั้งคู่พร้อมเพื่อนชายอีก 2 คน ได้พากันมาสังสรรค์เลี้ยงฉลองกันที่เมืองพัทยา ก่อนรุ่งเช้าจะเช่ารถพากันตระเวนเที่ยวที่ตลาดน้ำสี่ภาค ต่อด้วยสวนนงนุชพัทยา ก่อนทั้งคู่จะมาถูกมือปืนยิงปิดฉากชีวิตลงอย่างอนาถ เบื้องหน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์

ซึ่งขณะนี้ได้มีการเรียกพยานหลายปาก มาสอบปากคำ แต่อยู่ในชั้นความลับเพื่อความปลอดภัยในชีวิตพยาน รวมถึงติดตามหาภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิด ในจุดที่ผู้ตายไปเที่ยว เพราะคาดว่า มือปืนจะสะกดรอยตาม ก่อนจะสบโอกาสลงมือยิง

ล่าสุด พี่สาวผู้เสียชีวิตได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “เสียงโทรศัพท์จากตำรวจท่านหนึ่ง เมื่อได้ฟังข่าวพี่ถึงกับทรุด…ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน ไม่อยากเห็นภาพถ่ายที่เขาส่งมา ได้แต่ภาวนาอย่าให้มันเป็นจริง เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ อาลัยสุดแด่น้องฟอส&สปาย ขอบคุณทั้งสองที่ให้แต่สิ่งดีๆ เรื่อยมา ไหนว่าเราจะกลับไปอยู่ด้วยกันอีก ไหนว่าจะไปญี่ปุ่นด้วยกัน ทำไมทิ้งกันไปยังไม่ได้เห็นหน้าหลานน้อยเลย”

ต่อมาทางทีมข่าวเวิร์คพอยท์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ พี่สาวของผู้เสียชีวิต ได้ให้ข้อมูลว่า “คนที่ทำร้ายน้องคือเจ้าของผับแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต ซึ่งทางเจ้าของผับเขาแอบชอบน้องมา 3-4 ปี แต่ว่าน้องไม่เล่นด้วย เลยมีการขู่ฆ่า และมีการเอาปืนจ่อหัวหลายครั้ง ซึ่งตอนนี้ทางตำรวจจับคนชี้เป้าได้แล้ว และก็จะมีการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป และอยากจะบอกกับคนที่ทำน้องว่า ทำไมถึงทำกับน้องได้ลงคอ น้องเขาเป็นเด็กดี อยากให้จับคนร้ายให้ได้เร็วๆ”

ทริปวันเกิดเศร้า! มือปืนยิงคู่รักตายเคียงกัน 2 ศพ หน้าพระพุทธรูปเขาชีจรรย์

เมื่อเวลา 16.20 น. ( 29 ก.ค.61) ร.ต.อ.หญิง รสิตา เณรพงษ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกัน มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 คน ภายในลานจอดรถ ฝั่งตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์

ม.6 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งได้รุดไปตรวจสอบ พร้อม พ.ต.อ. อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ. นาจอมเทียน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จังหวัดชลบุรี และ สภ.นาจอมเทียน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานชลบุรี หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน

ที่เกิดเหตุ ข้างรถโตโยต้า อินโนวา สีขาว ทะเบียน ฎง 6941 กทม. ฝั่งซ้ายพบร่าง นายอนันตชัย อายุ 20 ปี ถูกอาวุธปืนยิงเข้า ที่ข้อมือซ้าย 1 นัด ขมับด้านซ้าย 1 นัด เอวข้างขวา 1 นัด จำนวน 3 นัด ใกล้กันพบร่าง น.ส.ปวีณา อายุ 18 ปี ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ แผ่นหลังด้านขวา 1 นัด ท้ายทอยขวา 1 นัด ขมับซ้าย 1 นัด และใต้ราวนมซ้าย 1 นัด รวม 4 นัด ทั้งคู่เสียชีวิตคาที่ บริเวณรอบตัวผู้ตายพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. กระจัดกระจาย ตกอยู่ ใกล้ตัวผู้ตาย ทั้ง 2 คน จำนวน 7 ปลอก

สอบสวน นายนพดล อายุ 33 ปี คนขับรถเก๋ง โตโยต้า อินโนวา สีขาว ทะเบียน ฎง 6941 กทม ทราบว่า ตนเป็นพนักงานขับรถของบริษัทเช่ารถแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถไปรับกลุ่มผู้ตาย ที่โรงแรมแถวพัทยาใต้ โดยมีผู้ตายทั้ง 2 และเพื่อนผู้ชายอีก 2 คน คือ นายสายันต์ อายุ 43 ปี และ นายวราเทพ อายุ 20 ปี มาเที่ยวพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ โดยทั้งหมดได้ลงไปเที่ยวก่อน ที่ผู้ตายทั้ง 2 คนจะเดินกลับมาที่รถ ส่วนเพื่อนอีก 2 คน ได้ขอไปเดินซื้อของกินบริเวณแถวนั้น ซึ่งตอนนั้นตนนั่งรออยู่ ในรถขณะที่ผู้ตาย ทั้ง 2 กำลังจะขี้นรถ ตนก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ตนได้หลบอยู่รถ ก่อนที่เสียงปืนจะสงบ ก็ลงไปดูพบว่าทั้งคู่ถูกยิงเสียชีวิตไปแล้ว

สอบสวน นายวราเทพ อายุ 20 ปี เพื่อนผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้ตายทั้งคู่ได้โทรศัพท์มาขักชวนให้ไปเที่ยวพัทยาเพื่อจัดงานวันเกิดของฝ่ายหญิง โดยนัดเจอกันที่ กทม. วันที่ 27 ก.ค ก่อนจะเดินมาท่องเที่ยวที่พัทยา จนในวันนี้ได้มาเที่ยวในพื้นที่สัตหีบ ซึ่งช่วงเกิดเหตุ ผู้ตายทั้งคู่ได้ขอกลับไปที่รถเก๋งก่อน โดยที่ตนและเพื่อนอีกคน ได้ขอแยกตัวไปซื้อของกินที่ใกล้เคียงกับที่จอดรถ จนได้ยินเสียงปืนจึงเดินมาดูก็พบว่าทั้งคู่ได้ถูกยิงตายไปแล้ว สำหรับเพื่อนทั้งคู่เป็นแฟนตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ก่อนจะไปทำงานที่สถานบันเทิงในภูเก็ต แล้วย้ายมาทำงานที่จังหวัดนครปฐม จนมาถูกยิง โดยที่ตนก็ไม่รู้เหมือนว่าสาเหตุอะไร

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สอบถามพยานในที่เกิดเหตุทราบว่าคนร้ายได้ขับรถเก๋ง สีขาว ไม่ทราบทะเบียน มาจอดรอบริเวณดังกล่าว ก่อนที่คนนั่งข้างคนขับ จะเปิดกระจกแล้วกระหน่ำยิง ก่อนจะขับหลบหนีไปโดยไม่ทราบทิศทางที่หลบหนี

เบื้องต้นได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งผ่าพิสูจน์ ยังสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เบื้องต้นได้ตั้งประเด็นในเรื่องชู้สาว เพราะฝ่ายหญิงทำงานเป็นพนักงานต้อนรับลูกค้าตามสถานบันเทิง ส่วนฝ่ายชายเป็นพนักงานเสิร์ฟ ตามสถานบันเทิงเช่นเดียวกัน

คุณป้าอยู่บ้านแล้วเหงา ตระเวนล้างจานไม่คิดเงิน จู่ๆ เจอเงินแสนในถังขยะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (27 ก.ค.) ที่ สภ.เมืองระยอง พ.ต.ท.ยุทธชัย โพธิ์รุ่ง สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองระยอง ได้รับแจ้ง จาก นางอัจฉรา กนกพัชรกุล อายุ 65 ปี ว่า พบเงินสดในถังขยะ ต้องการให้เจ้าหน้าที่ติดตามเจ้าของเงินrazormind.org

โดยนางอัจฉรา เล่าว่า ตนเองมีลูก 3 คน ทุกคนเติบโตแล้วและไปทำงานโรงงานอุตสาหกรรมกันหมด ลูกไม่ได้ปล่อยให้ลำบาก แต่ทุกวันอยู่บ้านคนเดียวก็เหงา จึงออกมาช่วยเพื่อนบ้านในตลาดเก่า ทำงานที่ร้านขายอาหาร โดยไม่รับค่าจ้าง

เวียนไปช่วยอยู่ 3 ร้าน ทุกเช้าจะออกจากบ้านแต่เช้า ไปช่วยร้านชื่อ โพธิ์แก้ว ขายหอยทอด-ผัดไทยวุ้นเส้นทะเล มีหน้าที่ไปช่วยเก็บชาม ล้างจาน ทำแล้วไม่เหงา คิดว่าให้ร่างกายได้ออกกำลังกาย

เมื่อเช้าวันที่ 26 ก.ค. ขณะกำลังมาจัดร้านขายหอยทอด เริ่มทำความสะอาดเพื่อเตรียมขายตามปกติ กวาดพื้นเสร็จแล้วก็เดิน เอาขยะไปทิ้ง ห่างจากร้าน 20 เมตร มีถังขยะสีเขียวของเทศบาลสูงประมาณ 1 เมตร วางเรียงกันอยู่ 3 ใบ ด้านข้างตลาด ตนเองก้มจะทิ้งถังขยะใบกลาง มองลงไปก็ต้องตกใจ เพราะเห็นธนบัตรชนิด 1,000 บาท ทิ้งเกลื่อนอยู่ก้นถัง ธนบัตรแต่ละใบไม่ได้มีการมัดหรือนับเอาไว้เลย
ตนเองจึงรีบเก็บใส่ถุงพลาสติก แล้วรีบกลับบ้านทันที เพราะความกลัวด้วย นำกลับไปนับที่บ้าน นับได้รวมจำนวนทั้งสิ้น 117,000 บาท จากนั้นได้รอลูกสาวกลับมาจากที่ทำงาน ก่อนปรึกษากันด้วยความไม่สบายใจ เพราะเงินจำนวนมากที่ไม่ใช่ของตน จึงได้ให้ลูกสาวชื่อเตยอายุ 30 ปี พามาหาเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยตามหาเจ้าของเงินให้ด้วย พร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

ด้าน พ.ต.ท. ยุทธชัย กล่าวว่า ถ้าภายใน 1 ปี เจ้าของเงินทั้งหมดนี้ไม่มีคนมาแสดงหลักฐานเป็นเจ้าของ เงินทั้งหมดนี้เป็นจะตกเป็นของคนที่เก็บได้

โซเชียลเดือด กลุ่มเด็กรุมตีชายสติไม่ดีจนตาย เพราะเตือนเรื่องขโมยของ

ชาวโซเชียลแห่แชร์ ข่าวกลุ่มเด็กรุมตีชายสูงอายุเสียชีวิตในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่โคราช ขณะตำรวจเผยยังไม่ได้รับรายงาน galaxyslotonline.net

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อว่า”Ake Srisuwan” ได้เผยแพร่ภาพชายสูงอายุนอนเสียชีวิตในศาล เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งเจ้าของโพสต์อ้างว่าได้มีกลุ่มเด็กในหมู่บ้านมารุมทำร้ายชายสูงอายุที่สติไม่ค่อยดีจนเสียชีวิต

โดยโพสต์ข้อความ ระบุว่า “ตัวแค่นี้ยังฆ่าคนได้สังคมไทยเราเป็นอะไรกัน น้าแกสติไม่ดีไม่ค่อยเต็ม เด็กๆ พวกนี้ไปขโมยของในตลาด แล้วน้าแกเห็นพอดี น้าแกได้ต่อว่าเด็กไปทำให้เด็กพวกนี้โกรธแค้นน้าแก

วันต่อมาเด็กพวกนี้ก็พากันไปรุมตีน้าแกทุกวันจนช้ำใน บางวันมีเลือดออกตามตัวหนักหน่อย เมื่อวันก่อนเด็กพวกนี้ใช้ไม้ 3 ด้ามไปรุมตีน้าแกเวลาหลับ ตีรอบแรกไม่สะใจวนรถกลับมาตีน้าแกรอบ 2 จึงทำให้น้าแกทนไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ผลชันสูตรออกมาว่าน้าแกเลือดคั่งในสมอง ช้ำตามร่างกายทั้งข้างนอกและข้างใน นี่คือสาเหตุที่ทำให้น้าแกเสียชีวิต ยังมีหน้าไปเล่าให้เพื่อนที่รร. ฟังอีกนะว่าไม่เกรงกลัวอะไรทั้งนั้น ฆ่าคนตายมาเเล้ว

แชร์ต่อไปค่ะ ขอความยุติธรรมด้วยค่ะ ตายฟรีๆ ไม่มีใครออกมารับผิดชอบ น้าแกเป็นคนชอบช่วยเหลือคน”

อย่างไรก็ตาม ทางสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ได้ติดต่อสอบถามไปยัง สภ.มะเริง และ สภ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งคาดว่าจะเป็นพื้นที่รับผิดชอบ ล่าสุด เจ้าหน้าที่สื่อสารประจำสถานีตำรวจ เปิดเผยว่า ยังไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยหากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

ตัวละครใหม่ “เจ๊ปาน” ปัดเป็นเจ๊ดันฝ่ายหญิง ต้นเหตุ “เจ้าบ่าวคิน” หนีงานแต่ง

จากเหตุเจ้าบ่าวหนีงานแต่งงาน เรื่องราวสุดชุลมุนแฉกันไปมาระหว่าง “มะนาว” อายุ 25 ปี กับ “ภาคิน” วัย 18 ปี

ซึ่งล่าสุดโลกโซเชี่ยลยังได้แชร์ข้อความบทสนทนาระหว่างมะนาวกับเพื่อน โดยพูดถึงคนชื่อ “เจ๊ปาน” ว่าเป็นคนดัน “แอมมี่” ที่กำลังคบหาอยู่กับหนุ่มภาคิน จนทำให้น้องมะนาวต้องเป็นหม้ายขันหมาก

โดยเรื่องนี้ “เจ๊ปาน” หรือ นายสมคิด ชูศรี อายุ 36 ปี เจ้าของร้านครัวนางฟ้า ร้านส้มตำชื่อดังใน ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี ออกมาเปิดเผยหลังถูกพาดพิงจนทำให้เจ้าสาวถูกเท ว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ และไม่ได้เป็นผู้ชักนำหรือดันให้ภาคินกับแอมมี่รู้จักกัน ยอมรับว่าเจอสาวแอมมี่ครั้งเดียวที่สถานบันเทิง และได้มานั่งร่วมโต๊ะกันก่อนจะถ่ายภาพตามปกติเพื่อโพสต์และแชร์ส่วนตัว ส่วนภาคินเป็นหลานนายนุ๊กซึ่งเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก ทำให้เกิดความเข้าใจผิด

“ก็รู้สึกตกใจที่ถูกกล่าวหาว่า แอมมี่ เป็นเด็กดันของเจ๊ปานจนถึงขั้นไม่ยอมไปแต่งงาน แถมยังถูกเพจดังเอาเรื่องเจ๊ไปแฉแบบผิดๆ ตรงนี้ต้องขอชี้แจงว่า เจ๊ปานไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างไร ความรักของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงนั้น ไม่เคยไปยุ่งหรือไปเป็นแม่สื่อ รู้จักกับทั้ง 2 คนก็แค่ผิวเผิน เขามาเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กเท่านั้น ก็มีการพูดคุยแซวเล่นๆ กันหน้าเฟซบุ๊ก แต่ไม่เคยไปเที่ยวไหนต่อไหนด้วยกัน”

“แต่ยอมรับว่ารู้จักกับ แอมมี่จริงเพราะรู้จักเขาทั้งครอบครัว เนื่องจากเจ๊ต้องนำเสื้อผ้าไปใช้บริการปั่นซักผ้าเครื่องหยอดเหรียญที่บ้านเขา ก็จะเห็นเขามาตั้งแต่เด็กๆ อีกทั้งยังอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน แอมมี่ เป็นคนน่ารักดูดีไม่เคยเที่ยวกลางคืน และเป็นคนรักครอบครัว อยู่กับสามีและมีลูกชาย 1 คน ก่อนจะเลิกรากันไปและมาทราบข่าวอีกทีว่า มาคบหากับภาคินซึ่งทั้งคู่ก็เห็นกันมานานแล้ว ส่วนมะนาวนั้น เพิ่งมาทราบเมื่อมีการลงภาพถ่ายพรีเวดดิ้ง ก็แปลกใจนะยังพูดคุยกันในกลุ่มเพื่อนด้วยกันเลยว่า ภาคินไปมีภรรยาและจะแต่งงานกันตอนไหน เนื่องจากยังเห็นโพสต์รูปคู่กับแอมมี่”

เจ๊ปาน กล่าวอีกว่า เรื่องนี้อยากฝากถึงน้องมะนาว เรื่องนี้พี่ยังไม่ติดใจใดๆ และจะไม่ไปแจ้งความ เพราะเข้าใจว่าน้องมะนาวกำลังเครียด เหมือนเราเหมือนเขา เพียงอยากให้น้องออกมาโพสต์เฟซบุ๊กว่า “หนูเข้าใจผิดไปเองที่เข้าใจว่า เจ๊ปานเป็นคนดันให้สองคนนี้ปันใจให้กัน โดยที่ทิ้งหนูไป จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เข้าใจผิดหนูขอโทษ” แค่นั้น ซึ่งตนไม่ต้องการใดๆ เลย เพราะตนยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

คอหวยไม่พลาด พบต้นตะเคียนทองฝังดินอายุกว่า 300 ปี เลขโผล่คาตา

มื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 23 ก.ค. 61 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายธนบูรณ์ ชัยเสน ผู้ใหญ่บ้านสะพานยาว หมู่ 3 ต.ห้วยส้ม อ.ภูกระดึง จ.เลย ว่าชาวบ้านสะพานยาว หมู่ 3 ต.ห้วยส้ม

พากันมาดูต้นตะเคียนทอง ขนาด 3 คนโอบ ยาว 7 เมตร อายุนานกว่า 300 ปี ถูกฝังดินในไร่ของยายเทียน ที่สมาชิก อบต.ห้วยส้มขอเช่าที่ทำกิน พร้อมขอเลขเด็ดงวดนี้ได้มา 341

ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายธนบูรณ์ ชัยเสน ผู้ใหญ่บ้านสะพานยาว เล่าว่า ตนเองได้รับแจ้งจากนายธวัชชัย เมืองแสน ส.อบต.ห้วยส้ม ว่าได้มาเช่าที่ทำสวนทำไร่กับยายเทียนประมาณ 20 ไร่ วันนี้จึงนำรถไถมาปรับหน้าดิน razormind.org

เมื่อมาถึงบริเวณท้ายไร่ พบจอมปลวกขนาดใหญ่มีไม้โผล่ขึ้นมา ด้วยความสงสัยจึงได้ใช้รถไถไถดู พบว่าเป็นไม้ตะเคียนทองถูกฝังในดินลึกกว่า 2 เมตร มีขนาด 3 คนโอบ ยาวกว่า 7 เมตร จึงได้นำขึ้นมา ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านสันนิษฐานว่ามีอายุกว่า 300 ปี จนมีชาวบ้านทราบข่าวมาดูและนำเครื่องดื่มและผ้าแพร 7 สี มาถวาย พร้อมนำแป้งมาโรยเพื่อหาเลขเด็ดพบว่า ทุกคนเห็นเป็นเลข 341

จากนั้นชาวบ้านได้ช่วยกันชักลากไปเก็บไว้ที่วัดสะพานยาว หมู่ 3 ต.ห้วยส้ม อ.ภูกระดึง จ.เลย เพื่อสักการะต่อไป

พายุ 5 ลูกก่อตัวทั่วแปซิฟิก “เซินติญ” เพิ่มฤทธิ์อีกครั้ง ถล่มเวียดนาม

ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น ภูมิภาคเอเชียแปฟิซิก เปิดเผยว่า พบการก่อตัวของพายุเขตร้อนพร้อมๆ กันถึง 5 ลูก

คาดการณ์ว่าพายุอย่างน้อย 2 ลูกจะพัฒนากลายเป็นพายุไต้ฝุ่นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ขณะนี้พายุเซินติญยังไม่สิ้นฤทธิ์ ได้ทวีกำลังกลายเป็นพายุโซนร้อนอีกครั้ง

สภาพอากาศฝนตกชุกในพื้นที่ประเทศไทย สปป.ลาว และเวียดนาม เป็นผลจากอิทธิพลของพายุเซินติญ หลังจากที่ขึ้นชายฝั่งเวียดนามเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ปกคลุมพื้นที่ตอนบนของ สปป.ลาว ก่อนจะเคลื่อนตัวกลับไปเวียดนาม และลงสู่ทะเลจีนใต้อีกครั้ง

โดยขณะนี้ พายุเซินติญ ได้ทวีกำลังกลายเป็นพายุโซนร้อนอีกครั้งและพัดขึ้นเกาะไหหลำ คาดการณ์ว่าพายุลูกนี้จะขึ้นฝั่งจีนแผ่นดินใหญ่ ก่อนจะสลายตัวไปในที่สุด ซึ่งจะทำให้สภาพอากาศทางตอนใต้ของประเทศจีนและทางตอนเหนือของเวียดนามยังคงมีฝนตกชุกต่อไป

ขณะเดียวกันบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันออกยังพบพายุอีก 4 ลูก ได้แก่ พายุโซนร้อนอ๊อมปึล (Ampil) ที่เพิ่งพัดขึ้นสู่ชายฝั่งประเทศจีน บริเวณนครเซี่ยงไฮ้ และจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ อีกทั้งยังมีพายุดีเปรสชั่นอีก 3 ลูก ได้แก่ พายุดีเปรสชั่น Thirteen กำลังมุ่งหน้าไปยังทะเลเหลืองของจีน

พายุดีเปรสชั่น Fourteen มีเส้นทางอยู่ใจกลางมหาสมุทรแปซิฟิก คาดว่าจะเคลื่อนตัวขึ้นทางทิศเหนือ ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะพัดขึ้นชายฝั่งประเทศใด และพายุดีเปรสชั่น Fifteen กำลังพัฒนาเป็นพายุโซนร้อนและไต้ฝุ่นตามลำดับ คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าเกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงปลายสัปดาห์นี้

ขณะที่ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือน “พายุดีเปรสชั่นบริเวณอ่าวตังเกี๋ย” ซึ่งพายุลูกนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันออกด้วยความเร็ว 12 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2561 โดยจะส่งผลกระทบ ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยในวันนี้ กทม. และปริมณฑล มีฝนตกประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่